talk-with-me

วันนี้ผมจัดการฆาตกรรมตัวเองเรียบร้อย ด้วยการเดินไปเซลทรัลเวิร์ด...

หลังจากเลิกงานตั้งใจว่าจะไปซื้อของที่นั่น  
วัดระยะทางจากที่ตั้งออฟฟิศไปตามเส้นทางรถไฟฟ้า จากสถานีราชเทวี - ชิดลม ไม่น่าจะไกลเท่าไหร่
เลยจัดการเดินเท้ามันไปเรื่อยๆ เหนื่อยๆก็พักเอาละกัน  

แล้วเรื่องน่าหวาดเสียวก็เกิดขึ้น เมื่อมีเสียงเพลงคริสมาสงุ้งงิ้งๆๆลอยเข้ามาเตะหู
ตามองไปตามทางถนนพระราม 1   หน้าสยามเซ็นเตอร์เต็มไปด้วยไฟประดับสวยงาม
เดินผ่านลานหน้าพาราก้อน มีต้นคริสมาสประดับไฟ ผู้คนหลั่งไหลกันเดินเข้ามาถ่ายรูป
เสียงกดชัตเตอร์ ไฟแฟลชวาบวาม กระหน่ำลงบนหน้าของนายแบบนางแบบสมัครเล่นทั้งหลาย
โอววว ที่นี่ มีแต่คนยิ้มแย้มมีความสุขทั้งนั้นนนน....คนเหงาๆเหมือนๆกันไปไหนหมดละนี่  
ทีนี่มันทำร้ายกันชัดๆ

แล้วความอยากติส เดินเป็นพระเอกมิวสิกของผมก็สมใจ
ภาพสโลโมชั่น ของผมที่เดินเหงาอยู่คนเดียว ผ่านคู่รักนับร้อยคู่ ที่ถือกล้องกอดคอกันถ่ายภาพแอ๊บแบ้วแบบมุมสูง
ช่างเหมาะกับเพลงเหงาเศร้าใดๆในโลกนี้จิงๆ ...


หลังจากเดินไปจนถึงที่หมายแล้ว ผมเดินแวะทักทายเจ้าต้นคริสมาสยักษ์ที่ลานหน้าเซลทรัลเวิร์ลนิดนึง
ก่อนจะเดินไปซื้อของในห้าง ... สุดท้ายหาร้านที่ต้องการจะไปไม่เจอ เพราะแม้จะมาหลายครั้ง 
แต่ผมก็ไม่เคยสนิทสนมจนรู้จักทุกซอกทุกมุมกะเจ้าห้างที่ว่ากันว่าใหญ่ที่สุดในเซ้าอีสเอเชียแห่งนี้ซักที

หลงทางทั้งห้าง หลงทางทั้งหัวใจ
ของก็หาซื้อไม่ได้  ฮ่วยยยยย
กลับบ้านเปิดตู้เย็นซัดเบียร์สักกระป๋องให้นอนหลับสบายคงดี -*-

บอย.

 หมายเหต- เขียนลงไว้ในเฟสบุ๊กตัวเองตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคมแล้ว

วันนี้ตอนเย้นๆ ผมโยกตูดเปียกๆจากการนั่งหน้าคอมมาตลอดทั้งวัน

ออกไปดุฟุตบอลพรีเมียร์ลีก
อ๊ะๆๆ !!! บอลอังกฤษ บอลนอก อาจจะยังปิดฤดูกาลอยู่
แต่ที่นี่ประเทศไทย ฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก กะลังเข้าสู้ความมันส์ในช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง

เป้าหมายของวันนี้อยู่ที่สนามการท่าเรือ
เป็นการพบกันของ "สิงห์เจ้าท่า" การท่าเรือ พบกับ "กิเลนผยอง" เมืองทองยูไนเตด
การเดินทางมาสนามแสนสะดวก นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินมาลงที่สถานีศูนย์สิริกิต
ออกประตูที่หนึ่ง แล้วต่อมอไซค์มาอีกยี่สิบบา

วันนี้คนแน่นมากทีเดียว เพราะถือว่าเป็นแมทใหญ่ และเป็นงานหนักของเจ้าถิ่น สิงห์เจ้าท่า
เพราะตามชื่อชั้นเปรียบเทียบกันแล้ว เมืองทองยูไนเตดเป็นทีมใหญ่ ที่กำลังลุ้นแชมป์อยู่
เป็นทีมคนรวย มีตังค์ซื้อนักเตะดีๆมาร่วมทีม นักเตะที่เล่นก็เป็นระดับทีมชาติ มีตัวต่างชาติมาช่วยเสริม
ความแกร่งด้วย พูดให้เห็นภาพชัดๆก้เหมือนเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเตด ของลีกอังกฤษนั่นเอง

ซึ่งก้จริง...เพราะแผนการตลาด แผนการสร้างทีม เรียกได้ว่าเดินตามสูตรของแมนยูเลย
ทั้งสีเสื้อสีแดง โลโก้ ฟ้อนตัวพิมพ์ที่ใช้ MT UTD (ย่อมาจาก เมืองทองยูไนเตด เหมือน MUTD ของแมนยู)
หรือแม้กระทั่งเพลงเชียร์ ก็แปลงมาจากเพลงของแมนยู ร้องว่า
"กิเลนผยอง เมืองทองยูไนเตด กิเลนผยอง เมืองทองยูไนเตด"
อาจจะเพราะว่า คุณระวิ โหลทอง หนึ่งในเจ้าของสโมสรและ เจ้าของหนังสือพิมพ์สยามกีฬาเป็นแฟนผีแดงนั่นเอง(นี่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผมไม่ถูกชะตากะทีมเมืองทอง เพราะผมมันแฟนลิเวอร์พูลนี่หว่า ๕๕๕)

ส่วนท่าเรือ เปรียบเทียบก็เหมือนกับทีมกลางๆ อย่างแอสตั้นวิลล่า เบอมิ่งแฮม ที่ไม่ค่อยมีตังค์มาก เป็นทีมบ้านๆท้องถิ่น แต่แฟนบอลเหนียวแน่นชะมัด
ฐานแฟนบอลก็เป็นพวกคนในชุมชนคลองเตย และแถวๆละแวกนั้น พวกนี้รักทีมมาก เชียร์กันแบบถึงลูกถึงคน
ใส่กันไม่ยั้งจนสนามล้นทุกนัดที่เตะในบ้าน ยิ่งเตะวันอาทิตย์ยิ่งสบาย เดินจูงลูกจูงหลานออกมาดุ มีไม่น้อยที่ขี่มอไซค์มาเชียร์ โดยเฉพาะพวกวัยรุ่น ( ดีกว่าไปแว้นๆๆๆอยู่ตามท้องถนน) เรียกได้ว่าเป็นทีมท้องถิ่นอย่างแท้จริง

หลังจากซื้อตั๋วมาห้าสิบบาท (วันไปดูลิเวอร์พูลเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซื้อตั๋วไปตั้งห้าร้อยแนะ)
ผมก็เดินขึ้นไปด้านบนของอัฒจรรย์ฝั่งกองเชียร์ท่าเรือ พูดคุยกะแฟนบอลเจ้าถิ่น ถามถึงความเห็นของเกมส์วันนี้
บ้างก็บอกว่าชนะแน่ บ้างก็บอกงานหนัก เพราะนัดแรกท่าเรือเคยบุกไปแพ้ที่สนามของเมืองทองตั้ง 0-3
(สนามที่ติดกะธันเดอร์โดม ที่จัดคอนเสิร์ตเอเอฟนะแหละ)

ห้าโมงครึ่งได้เวลาคิกออฟ
เกมวันนี้เป็นไปตามคาด เมืองทองพับสนามครองเกมบุกได้มากกว่าท่าเรือเจ้าถิ่น
เพราะตัวผู้เล่นที่เหนือกว่า อย่างเช่น ธีระศิลป์ แดงดา กองหน้าหมายเลขหนึ่งของทีมชาติไทย, พิชิตพงษ์ เฉยฉิว และ ยาย่า นักเตะผิวสีจาก ไนจีเรีย ที่วิ่งเร็วเป้นจรวด

ส่วนท่าเรือ สตาร์ประจำทีมก็มีเพียงแค่ พิพัฒน์ ต้นกันยา อตีดดารา กองหน้าทีมชาติไทย ที่เรียกว่าอดีต เพราะปัจจุบัน ไม่ค่อยถูกเรียกตัวเข้าไปติดทีมชาติในยุคของ ปีเตอร์ รีด

ครึ่งแรกเกมส์จบไปด้วยการเสมอ 0-0 อย่างสุดมันส์
เริ่มครึ่งหลัง แม้จะมีเม็ดฝนลงตกลงมาจำนวนไม่น้อย แต่เสียงเชียร์โห่ ฮา ของเจ้าถิ่นยังคงดังไม่ขาด
กดดันผู้มาเยือนอย่างเมืองทองจนเล่นไม่ออก

และไฮไลต์ก็มาถึงในนาทีที่48 เมื่อ มูดูรู สวา มอยเซ กองหลังผิวสี โขกบอลจากลูกฟรีคิก
ให้ท่าเรือ ออกนำไปก่อน 1-0 หลังจากนั้นแม้เมืองทองจะพับสนามบุกแต่ก้ไม่สามารถทวงประตูคืนได้
จบเกมส์จึงพ่ายไปอย่างพลิกล็อก ทำให้โอกาสลุ้นแชมป์ยากขึ้นไปอีก

จบเกมส์แวะกินข้าวแล้วก็นั่งรถเมล์กลับบ้านไปชิลๆ ผมนั่งไปกะแฟนบอลเมืองทองสามสี่คน ได้พูดคุยแลก
เปลี่ยนทัศนะเกี่ยวกะวงการฟุตบอลไทยไปตลอดทาง

เห็นบรรยากาส วงการฟุตบอลตอนนี้แล้วรู้สึกชื่นใจจัง
เพราะเชียร์บอลนอกมาตลอดสิบปี เลยอยากเห็นบ้านเรามีลีกแบบนั้นมั่ง
ณ วันนี้ ปีนี้ บอลไทยมีลีกที่แข็งแรงมากขึ้น มีการส่งเสริมมากขึ้นจากเหตุผลที่อาจจะถูกฟีฟ่า ตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน ในระดับเอเชีย เพราะลีกไทยไม่ได้มาตรฐาน

มีทีมชื่อใหม่ๆเกิดขึ้น และทุกทีมก็มีแฟนบอลของตัวเอง
มีการเปลี่ยนโลโก้ และใช้เสื้อทีมที่ทันสมัยแบบ ลีกต่างประเทศ เช่น
ทีมฉลามบก ชลบุรีเอฟซี
ทีมกระต่ายแก้ว บางกอกกลาส ยูไนเตด
ทีมเทพ แบงคอกยุไนเตด
ทีมราชนาวี ระยอง
ทีมปลาทูคะนอง สมุทรสงคราม
ทีมเสือสามย่าน จุฬา ยูไนเตด
( ปีนี้ผมไปเชียร์จุฬาด้วยความเป็นศิษย์เก่า หนึ่งนัด แฟนบอลค่อนข้างน้อยและเชียร์ไม่มันส์ แต่เห็นข่าวสัปดาหืก่อนว่า เพิ่งได้เงินอัดฉีดมา สิบล้าน แถมดึงเอาน้องๆคณะนิเทศ น่ารักๆมาช่วยสร้างสีสันด้วย เด๋วคงต้องไปเชียร์หน่อยละ ๕๕๕)

สิ่งเหล่านี้แหละที่ผมว่ามันจะช่วยยกระดับวงการฟุตบอลไทยอย่างแท้จริง
ความฝัน บอลไทยไปบอลโลก อาจจะไม่ใช่ความฝันอีกต่อไป

บอลโลกปี 2014 อาจจะยังเร็วไป แต่มันน่าลุ้นเหลือเกินว่าเราอาจมีโอกาสในบอลโลกปี 2018
แต่มีข้อแม้คือ ต้องรักษามาตรฐานฟุตบอลไทย ให้แข็งแรงมากขึ้นไปกว่านี้อีก

ลองไปเชียร์บอลไทยกันดูครับ
บอลไทยเปลี่ยนไป และมีอะไรมากกว่าที่คุณคิด
อยากรู้ต้องมาสัมผัสดูด้วยต
ผมยังอยากจะพูดเหมือนที่คนอื่นๆ เค้าพูดกัน ว่า
"บอลนอกแค่สะใจ บอลไทยอยู่ในสายเลือด"
คนดูล้นสนาม Pat Stadium
 
ฉลองชัยหลังเกมส์

edit @ 8 Sep 2009 13:42:26 by boybebob

กระทู้เหงาๆระบาดจริงๆช่วงนี้

เปิดไปที่ไหนก้เจอ
เวบโหลดเพลง เวบฟุตบอล เวบขายของ เวบนู่นเวบนี่
รวมทั้ง status เอมเอสเอน เฟสบุ๊ก ไฮไฟว์ ที่ไหนๆก็มีแต่ข้อความเหงาๆ


ลองเซิร์ทคำว่า "คนเหงา" ในกูเกิ้ลดู
***ผลการค้นหา 1 - 10 จากประมาณ 616,000 รายการ สำหรับคำว่า คนเหงา (0.07 วินาที)

แค่เมื่องไทยก็ปาไป 616,000 คนแล้ว!!! ที่ประกาศตัวลงไปใน Google ว่ากรูนี่แหละเหงา!!!
(คงหวังว่า"รักแท้" จะมาเซิร์ทเจอละซิ..ฝันไปเถอะ)  นี่ถ้ารวมคนที่หลบๆซ่อนๆอยู่อีกคงมากโขแน่ๆ

บ้าจริงๆ เชียว
คงต้องโทษ(ไอ้)คุณวาเลนไทน์คนเดียว ไอ้หมอนี่แหละ ตัวการที่ทำให้คนเกินค่อนโลก
เกิดอาการห่อเหี่ยวใจ ทำอะไรไปไม่เป็นในวันที่ 14 กุมภา  

อ่านประวัติ ของพี่แก ได้ที่นี่
http://en.wikipedia.org/wiki/Valentine%27s_Day

ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ ก็กินข้าวคนเดียว เดินคนเดียว นอนคนเดียว

อยู่ๆวันนี้มันอะไรกัน
ข้าวผัดที่ซัดมันทุกวันก็ดันถูกเกลียดขี้หน้า กินไม่ค่อยลง...
ทางเดินกลับบ้านทำไมมันเงียบจังวะ...ทั้งๆที่รถแสนจะพลุพล่าน ใบไม้ก็ปลิวลงมายังกะในมิวสิกวิดีโอ...
เตียงที่นอนอยู่แคบๆ ทำไมวันนี้มันถึงได้กว้างจังนะ แล้วไอ้ผ้าห่มนี่มันยังไง ห่มแล้วก็หนาวววซะเหลือเกิน...

ไม่เคยเป็นละซิ... (ไอ้คนอ่าน)
ยังไม่ทันขาดคำก็มีเพลงดังขึ้น

"ถ้ายังรักก็ต้องยังไหว หัวใจไม่หวั่นไหว
จะยากเย็นซักแค่ใหน ก็ไม่ต้องกลัว
ถ้ายังรักก็ต้องยังไหว แม้ไม่ใช่ความฝัน
รักคือเธอกับฉัน มีกันและกันด้วยความรัก "

ใครกันนะ ที่ดันทะลึ่งแต่งเพลงนี้ขึ้นมา...
แต่งเพลงอกหักช้ำๆ ซ้ำเติมกันมาให้จมดินไปเลย
ดีกว่ามาให้กำลังใจกันแบบนี้

ตอนนี้ฟังเพลงอะไรก็พาลเหงาไปซะหมด
ขนาดฟังเพลงชาติ ยังมีความรัก ( ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด -*-  )

บ่นๆกันไปแบบ คนเหงาๆ


แล้วนี่เราจะเอาตัวรอดในเทศกาลแห่งความร๊ากกกกกปานจะกลืน แบบนี้ได้ยังไงกันนี่
คู่มือหนังสือ How to ก็ดันไม่มีขายซะด้วย (คนเหงาหลายคน คงคิดแบบนี้)

เคยได้ยินคนเค้าว่าไว้

"หัวเข่าเป็นดินแดนพิศวง
ได้จับเข่าคุยกะใครสักคนก้ดี - เผื่อใช้เช็ดน้ำตาได้ด้วย"

14 กุมภานี้ ถ้าไม่รู้จะรักใคร ก็มารักหัวเข่าของเรากันดีกว่า :P


**************************************
บทกลอนภาวนาหัวเข่า

หัวเข่าพาเราไปทุกที่
ลุกนั่งยืนเดิน แสนเปรมปรี
ถ้าไม่รักดี
ระวังจะโดนตีเข่า

สวดบทนี้ทุกวัน แล้วจะประสบรักแท้

edit @ 9 Feb 2009 23:50:45 by boybebob

edit @ 10 Feb 2009 00:10:39 by boybebob

ใบหยกทาวเวอร์

เมื่อสักสองสามเดือนก่อนผมได้ดูหนังเรื่อง"โตเกียวทาวเวอร์"ที่โรงหนังสยาม
หลังดูจบ ความรู้สึกอิ่มเอม และ ความละอายใจ ปนกันอยู่ในสมอง
ชีวิตผมคล้ายกับ ม่าคุง พระเอกในเรื่องประมาณนึง
......
ผมโตมาจากลำปาง จังหวัดที่ห่างจากเมืองหลวงประมาณ 600 กิโลเมตร
หลังจากที่พ่อจำเป็นต้องไปทำงานไกลบ้าน
พี่สาวก็มาเรียนหนังสือในกรุงเทพ
ภาพแม่ลูกอยู่ด้วยกันสองคน ในหนังเรื่องนี้เลยสะกิดใจผมพอสมควร

ผมนอนกับแม่ทุกคืน กอดแขนแม่ทุกครั้งก่อนนอน
กินข้าวที่แม่ทำด้วยกันเกือบทุกมื้อ วิจารณ์ละครหลังข่าวด้วยกันเกือบทุกช่อง
กอดท้องแม่อุ่นๆ ระหว่างที่แม่ขี่มอเตอร์ไซค์ไปส่งผมเรียนหนังสือในตอนเช้าช่วงฤดูหนาว
...เป็นช่วงชีวิตหนึ่ง ที่ผมผูกพันธ์กับแม่มากๆ

แล้วก็ไม่ต่างจากในหนัง....
ม่าคุงนั่งรถไฟเดินทางไปเรียนหนังสือในอีกเมืองหนึ่งที่ห่างไกล พร้อมกับอ่านจดหมายที่แม่เขียน
ชวนให้ผมนึกถึงตอนที่ต้องออกจากบ้าน นั่งรถไฟมาเพื่อเรียนหนังสือที่กรุงเทพเหมือนกัน

8 ปีแล้ว ที่ผมอยู่กรุงเทพ และ ละทิ้งคนข้างหลังเอาไว้
นี่ผมกำลังทำเพื่อใครอยู่นะ?
พ่อแม่ผมยังสบายดีอยู่รึเปล่า?

หาก ม่าคุง มองไปที่ "โตเกียวทาวเวอร์" อันเป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จของชาวญี่ปุ่น
ผมก็อยากจะลองออกไปมอง "ใบหยกทาวเวอร์" จากหลังระเบียงห้องของผมเช่นกัน....
เสียแต่ว่านั่นคือความสำเร็จที่เราพอจะแบกหน้า กลับบ้านแล้วหรือ?

วันนี้วันแม่แล้ว ผมจะโทรหาแม่
บอยคุง.

( เขียนแปะไว้ที่อื่นตั้งแต่วันแม่ 12 สิงหา :D)

edit @ 19 Nov 2008 11:15:41 by boybebob

pet

นานมาแล้ว…
ขณะนั่งทำงานอยู่ที่ออฟฟิต…

น้องแพม น้องสาวที่น่ารักคนหนึ่งของผม ก็เดินมาหา
แล้วยื่นไอ้เจ้ากล่องใสๆ (ที่เห็นจากรูปข้างบน)ให้ผม
แล้วก็บอกว่า เลี้ยงมันนะ…ผมรับไว้อย่างร
ู้เท่าไม่ถึงการณ์

แห้ว !!!
แห้ว..หน้าตาน่ารักน่าชัง ในบ้านกล่องใสๆของมัน

พอได้มันมาเลี้ยง ผมก้ไม่ได้สนใจมัน ปล่อยให้มันออกไปวิ่งเล่น
ตามสะดวก มันเลยหายไปสักระยะ ไม่ค่อยได้เจอหน้ากัน

…. เรื่องความรักกับผม ช่วงนี้ไม่ค่อยจะกินเส้นกันเท่าไหร่ ผมเลยวนๆเวียนๆ
มาเจอหน้าเจ้าแห้วนี่บ่อยๆ แรกๆที่เจอก็ยิ้มให้มันบ้าง
คุยกันทักทายกันไป
จนหลังๆผมเจอมันบ่อยมาก….เจ
อจนเบื่อขี้หน้า เห็นแล้วก็ได้แต่คิดในใจว่า
น่าจะขยี้มันให้ตายซะรู้แล้วรู้รอด ตั้งแต่ตอนที่มันยังเด็กและไม่แข็งแรงดีนัก

เคยสงสัยว่า มันกินอะไรเป็นอาหาร? ถึงได้โตวันโตคืน แข็งแรง
ซะจนผมทำอะไรมันไม่ได้อีกต่อไป ได้แต่มองดูมันทำหน้ายิ้มๆ
…มันคงแอบหัวเราะผมอยู่ในใจเป็นแน่

จนในที่สุด ผมก็หมดความอดทนกับมัน! แต่ไล่ยังไงมันก็ไม่ไป!
หน้าด้านยิ่งกว่า นายก ซะอีกแนะ สุดท้ายเลยต้องถามมันตรงๆ
ว่าเมื่อไหร่มันจะไปจากผมสั
กที(วะ)

มันยิ้มน่ารักๆ แล้วตอบว่า…
“ก็รอจนกว่า ความผิดหวัง จะหมดไปจากตัวนายนะสิ
เพราะตอนนี้ฉันอิ่มอร่อย เหลือเกิน …”
ขอคนใจดีสักคน มาช่วยผมทีครับบบบบบบบบ !!!